Asia Community Board
กันยายน 22, 2017, 09:48:24 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: สอบ Final เริ่ม 21-25 กุมภาพันธ์ 2554
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผงซักฟอก2  (อ่าน 21255 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
bowling
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: สิงหาคม 25, 2010, 01:21:51 PM »

สารควบคุมการเกิดฟอง

1.นิยมใช้สบู่ที่มีน้ำหนักโมเลกุลสูงซึ่งทำจากไขวัว หรือ behenic acid
2.สารควบคุมการเกิดฟองมี 2 ประเภท คือ สารเพิ่มฟอง และ สารลดฟอง
3.สารเพิ่มฟอง (foam boosters) นิยมเติมในผงซักฟอกที่ซักด้วยมือเพราะเมื่อเวลาซักจะมีฟองเยอะทำให้รู้สึกว่าออกแรงน้อย
4.สารลดฟอง (defoamers) นิยมเติมในผงซักฟอกที่ซักด้วยเครื่อง เพื่อป้องกันการเกิดฟองล้นออกมานอกเครื่องซักผ้า
สารเร่งการฟอก

สารเร่งการฟอก (bleach activator) ใส่เพื่อขจัดรอยเปื้อนโดยไม่ทำลายเส้นใย ได้แก่ โซเดียมเพอร์โบเรต

สารช่วยละลาย
สารช่วยละลาย (hydrotrope) ใส่เพื่อให้ผงซักฟอกละลายน้ำได้ดีขึ้น ได้แก่ โซเดียมโทโลอิน หรือ ไซลีนซัลโฟเนต

สารแอนติออกซิแดนซ์

ใส่ในผงซักฟอกเพื่อยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน

เอนไซม์

เอนไซม์ เป็นสารอินทรีย์ที่ช่วยย่อยโมเลกุลของแป้ง โปรตีน ไขมัน รวมทั้งคราบเลือด

น้ำหอม

เพื่อแต่งกลิ่นของผลิตภัณฑ์ให้น่าใช้ยิ่งขึ้น

สี

สี (dyes or pigments) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์น่าใช้และดูสะอาด

สารป้องกันการคืนกลับ

1.เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกที่หลุดออกมาไม่ให้ไหลย้อนกลับมาเกาะบนเนื้อผ้าอีก ส่วนใหญ่นิยมใช้สารโซเดียมคาร์บอกซิเมทิลดรอกซีเอทเซลลูโลส เป็นหลัก บางผลิตภัณฑ์เลือกใช้โซเดียมคาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส เพื่อป้องกันการกลับเข้าไปจับใหม่ของสิ่งสกปรกที่ถูกขจัดออกมาแล้ว ผลที่ได้ใกล้เคียงกัน
2.ซิลิเกต (silicates) ช่วยทำให้สิ่งสกปรกกระจายตัว ป้องกันการกลับเข้าไปจับใหม่ของสิ่งสกปรกที่ถูกขจัดออกมาแล้ว และป้องกันการกัดกร่อนของภาชนะที่ทำด้วยโลหะที่ใช้ในการซัก

กลไกการทำความสะอาดของผงซักฟอก

1.การทำให้สิ่งสกปรกและพื้นผิวเปียก (Wetting) ด้วยการใช้สารลดแรงตึงผิว โมเลกุลของสารลดแรงตึงผิว จะมีทั้งส่วนที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำโดยส่วนของโมเลกุลของสารลดแรงตึงผิวที่ไม่ละลายน้ำจะถูกผลักออกไป ทำให้โมเลกุลของสารลดแรงตึงผิวไปเรียงตัวอยู่ที่ผิงของน้ำ ทำให้พื้นผิวเปียก
2.การสะเทิน (Neutralization) ธรรมชาติของสิ่งสกปรกโดยทั่วไป จะออกฤทธิ์เป็นกรด แต่สภาวะที่จะทำความสะอาดได้ดีนั้น ในน้ำซักต้องมีความเป็นด่าง
3.การดึงสิ่งสกปรกออกจากพื้นผิว (Detergency) โดยอาศัยคุณสมบัติของสารลดแรงตึงผิว ไปลดแรงดึงดูดกันระหว่างสิ่งสกปรกและพื้นผิว
4.การละลายน้ำ (Dissolving) สิ่งสกปรกบางอย่างสามารถขจัดออกได้ด้วยการละลายน้ำ
5.การแปรสภาพเป็นสบู่ (Saponifiable) พวกไขมันต่างๆ เมื่อทำปฏิกิริยากับด่างจะแปรสภาพเป็นสบู่ซึ่งสามารถจะละลายหรือแขวนลอยในน้ำได้
6.การแขวนลอยในน้ำ (Emulsion) ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปิโตรเลี่ยมอื่นๆ ที่ไม่ละลายน้ำ สามารถขจัดออกได้โดยสารลดแรงตึงผิว จะเอาส่วนของโมเลกุลที่ละลายได้ในน้ำมันเข้าไป ทำให้น้ำมันแขวนลอยและกระจายอยู่ในน้ำได้
7.การกระจายตัว (Dispersion) สิ่งสกปรกที่ไม่ละลายน้ำ เช่น ฝุ่นละอองต่างๆ เมื่อถูกขจัดออกมาแล้วอาจรวมตัวกันเอง ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สามารถกลับไปจับเส้นใยได้อีก ซึ่งสารพวกซิลิเกตจะป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเหล่านี้รวมตัวกัน
8.การป้องกันการกลับเข้าไปจับใหม่ (Redeposition) สิ่งสกปรกที่ไม่ละลาย เมื่อถูกขจัดออกมาแล้ว จะถูกแขวนลอยอยู่ในน้ำ แต่อาจกลับเข้าไปจับเส้นใยได้อีก จึงจำเป็นต้องเติมสารป้องกันการเข้าไปจับเส้นใยของสิ่งสกปรกจนกว่าจะมีการซักล้าง
ผงซักฟอกมีผลกระทบต่อน้ำ

1.แม้ว่าผงซักฟอกจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อน้ำ แต่ก็ผงซักฟกก็มีผลกระทบทางอ้อมต่อน้ำ โดยพืชในน้ำจะได้ธาตุอาหารจาก ผงซักฟอก ทำให้พืชเหล่านี้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและอาศัยออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำจนทำให้น้ำเน่าเสืย
2.ผลเสียที่เกิดจากการใช้ผงซักฟอกอาจทำให้เกิดมลภาวะของน้ำ สารพวกฟอสเฟตจากผงซักฟอกเมื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ จะทำให้พืชน้ำเจริญเติบโต รวดเร็ว ทำให้ขวางทางคมนาคมทางน้ำ ทำลายทัศนียภาพ ทำให้ออกซิเจนละลายน้ำไม่ได้ สิ่งมีชีวิตขาดออกซิเจนตายได้ และพืชน้ำเกิดมากอาจจะตายเน่า ทำให้น้ำเสีย
3.จุลินทรีย์ในน้ำสลายไม่สามารถสลายผงซักฟอกชนิดคาร์บอนอะตอมที่แตกกิ่งก้านสาขา ทำให้เกิดการตกค้างในน้ำ เมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนจะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้
ผลกระทบของผงซักฟอกต่อสิ่งแวดล้อม

1.ในผงซักฟอกบางชนิดมีฟอสเฟตซึ่งเป็นสารอาหารของสาหร่าย และพืชชั้นต่ำอื่นๆ เมื่อฟอสเฟตจากสารซักฟอก ถูกชะล้างลงไปตามท่อลงไปสะสมในแม่น้ำลำคลอง ฟอสเฟตจะช่วยทำให้สาหร่าย และพืชชั้นต่ำเติบโต อย่างรวดเร็ว และอาศัยออกซิเจนที่มีอยู่ในน้ำไปจนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ และในที่สุดแหล่งน้ำนั้น จะตื้นเขินลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นปลักตม ทำให้แหล่งน้ำเน่าเหม็น
2.เอนไซม์ในผงซักฟอกบางชนิดซึ่งทำงานไม่ต่างอะไรกับเอนไซม์ย่อยอาหารในกระเพาะของคน แม้ว่าเอนไซม์ที่อยู่ในผงซักฟอกจะไม่เป็นผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่เป็นอันตรายต่อผิวหนังของมนุษย์
3.สารประกอบที่อยู่ในผงซักฟอกเหล่านี้สามารถทำอันตรายต่อสัตว์น้ำ และยังทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรม จนสัตว์น้ำไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยเฉพาะสารลดแรงตึงผิว เช่น LAS และ BAS จะมีอันตรายต่อสัตว์น้ำในปริมาณความเข้มข้นต่ำ สารลดแรงตึงผิวทั้งชนิด LAS และ BAS จะไปล้อมจับพื้นผิวสารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีในแหล่งน้ำ เมื่อความเข้มข้นมากขึ้น จะทำให้กระบวนการย่อยสลายเกิดการชะงัก ได้มีผู้ศึกษาพบว่า LAS มีพิษต่อปลามากกว่า BAS ตั้งแต่ 1.5 เท่า - 4 เท่าขึ้นกับสภาพแวดล้อม เมื่อความเค็มของน้ำเพิ่มขึ้น ความเป็นพิษของ BAS จะเพิ่มขึ้นด้วย ส่วน LAS นั้น ความเป็นพิษจะขึ้นอยู่กับปริมาณออกซิเจนละลาย ความกระด้างของน้ำ และอุณหภูมิ
4.น้ำซักล้างที่เกิดจากกิจกรรมภายในบ้าน รวมทั้งร้านรับซักรีดเสื้อผ้า เป็นแหล่งกำเนิดผงซักฟอกมากที่สุด ซึ่งควรจะได้มีการบำบัดน้ำทิ้งประเภทนี้เสียก่อนที่จะระบายลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งเป็นสาเหตุให้น้ำเน่าเสีย
ผงซักฟอกอาจมีผลต่อสุขภาพ

1.สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสกับสารระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น สารเคมีพวกกรดด่าง สารละลายอินทรีย์เคมี เมื่อสัมผัสบ่อยๆ เป็นเวลานาน ไขมันที่เคลือบผิวหนัง และสารยึดน้ำในชั้นของผิวหนัง ซึ่งทำหน้าที่รักษาความชื้นจะถูกทำลายไปทีละน้อยๆ จนขาดความต้านทาน เกิดการอักเสบ ผิวแห้ง และแตก เสียคุณสมบัติในการป้องกันการซึมของสารเคมีเข้าสู่ผิว เกิดการระคายเคืองเมื่อถูกสารเคมีอีกแม้เพียงสบู่ ความร้อน ความเย็น หรือติดเชื้อก็จะเกิดได้ง่าย บริเวณใดที่อักเสบ ก็มักจะคันทำให้เกาหรือถูไถบ่อยๆ หนังบริเวณนั้นจะแปรสภาพหนาขึ้น
2.ผงซักฟอกอาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ถ้ามีส่วนผสมของด่าง ก็อาจทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินอาหาร ทำให้ผิวหนัง และเยื่อบุของทางเดินอาหารถูกกัดไหม้และอักเสบ เกิดอาการเจ็บในปากและลำคอ กระหายน้ำ คลื่นไส้อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด กลืนลำบาก หายใจลำบาก ช็อก บางคนอาจมีการแตกทะลุของหลอดอาหาร และกระเพาะ ทำให้กลายเป็นเยื่อบุช่องท้องอักเสบหรือหลอดอาหารเกิดการตีบตันจากการอักเสบได้
ธาตุอาหารของพืช

สารฟอสเฟตในผงซักฟอกเป็นสารชนิดหนึ่งที่เป็นธาตุอาหารของพืช ดังนั้นจึงควรนำน้ำที่ได้จากการซักผ้าไปรดต้นไม้ เพื่อที่ต้นไม้จะได้รับสารฟอสเฟตในผงซักฟอกเป็นธาตุอาหารต่อไป

 

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!